เปลี่ยนสาวก ” ชานมไข่มุก ” สายจังก์เป็นสายเฮลท์ตี้

ชานมไข่มุก “กินอะไรก็ได้ที่อร่อย” สาวๆ หลายๆ คนอาจพูดแบบนี้ตนติดปาก เมื่อเพื่อนร่วมงานถามถึงอาหารมื้อกลางวันอยากให้คุณสาวๆ หยุดคิดสักนิด เพราะการกระทำข้างต้นนั้นส่งผลกระทบต่อ สุขภาพ จริงๆ แน่นอน…อิ่มและอร่อย แต่รู้หรือหรือไม่ การกินอาการที่ไม่มีประโยชน์ ย่อมก่อให้เกิดโทษในทันใด ยกตัวอย่าง ” ชานมไข่มุก ” เครื่องดื่มสุดฟีเวอร์ของคนไทย มีกี่คนที่ปฏิเสธของอร่อยแบบนี้ ไม่แปลกใจเลยที่แบรนด์ชาดังๆ จากสัญชาติอื่นๆ ทั่วโลก จึงมีเปิดสาขาที่ไทย ต่อคิวกันให้ยาวเหยียดจริงมั้ย?

คุณสาวๆ รู้หรือไม่ ว่า “ชานมไข่มุก” นั้นมีโทษมหันต์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการและการลดน้ำหนัก เปิดเผยกับเราว่า ชานมไข่มุก 1 แก้ว มีน้ำตาลอย่างน้อยแก้วละ 30 ช้อนชา ขณะที่แป้งไข่มุก 1 เม็ด ก็ปั้นและต้มด้วยน้ำตาลเพื่อให้ดูเงาๆ หนึบๆ น่ารับประทาน และเมื่อเราบริโภคชาไข่มุกเข้าไปในร่างกายแล้ว ร่างกายจะไม่สามารถย่อยไข่มุกได้หมด ทำให้เหลือกากเป็นก้อนที่เล็กลงมา ก่อนจะถูกผลักเข้าไปในลำไส้ และติดค้างอยู่ในร่างกาย ซึ่งถือว่าเป็นอันตรายอย่างมาก เพราะอาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งลำไส้ได้ ซึ่ง ฟังแล้วก็แอบตกใจแทนสาวกชานมไข่มุก ว่าอันตรายของมันมีมากกว่าความอ้วนเสียอีก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เข้าใจดีว่ามันเลิกยาก ซึ่งสาวๆ เองก็ต้องรู้จักหักห้ามใจบ้างนะ ไม่ต้องถึงกับปฏิญาณว่าจะไม่กินมันเลย แค่ขอให้มีสติกับการกินก็พอ พร้อมกันนี้ยังมีวิธีง่ายๆ เพื่อเปลี่ยน “สายจังก์” อย่างสาวกชานมไข่มุก มาเป็น “สายเฮลท์ตี้” ด้วยเคล็ดลับดังต่อไปนี้

5 วิธีง่ายๆ เปลี่ยนสาวก “ชานมไข่มุก” สายจังก์มาเป็นสายเฮลท์ตี้

บอกลาพฤติกรรมกินสะดวก แต่เน้นกินให้ตรงเวลา
คำว่า “รีบ” คงเป็นคำติดปากของสาวทำงานอย่างเราๆ ทำให้ทุกมื้อจะถูกตัดสินใจด้วยคำว่า กินสะดวก และก็ต้องลงท้ายอาหารจังก์ฟู้ดทั้งสิ้น ด้วยความที่กินง่าย กินสะดวก พกพาไปด้วยได้ จนเราลืมไปว่า กินอะไร ได้อย่างนั้น กินอาหารไม่มีประโยชน์ ร่างกายก็ต้องได้รับโทษไปด้วย แต่จะดีกว่ามั้ย ถ้าเราจะมีวินัยมากขึ้น แต่แบ่งเวลามาใส่ใจเรื่องการกิน โดยเฉพาะปรับมากินอาหารที่มีประโยชน์ และกินให้ตรงเวลา เพื่อให้ร่างกายสามารถนำสารอาหารที่ได้ ไปใช้ประโยชน์ตรงตามเวลาการทำงานในกลไกของร่างกาย

หาวัตถุดิบสดใหม่ เน้นปรุงน้อย แต่อร่อยเกินคาด
รสชาติที่แสนอร่อย มักปรากฏอยู่ในอาหารจังก์ฟู้ด หลายเมนูสามารถให้เราเลือกสรรได้ตามใจชอบ ทั้งเลือกวัตถุดิบและปรุงรสชาติได้อย่างถูกปากที่สุด เรียกได้ว่า อร่อยไม่แคร์โลกเลยจริงๆ ขณะที่อาหารสุขภาพ ก็ช่างดูน่าเบื่อ ไร้รสชาติ หน้าตาไม่น่ากินเสียเลย แต่คุณๆ รู้มั้ย เทคนิคการทานอาหารแบบไม่ต้องปรุงเยอะ แต่ได้ความอร่อยที่ล้ำกว่า สามารถทำได้ เพียงแค่คุณใช้วัตถุดิบที่สดใหม่ ขึ้นจากทะเล ออกจากฟาร์ม เชื่อหรือไม่ ถ้าคุณๆ ได้มีโอกาสอยู่ใกล้ หรือสามารถหาวัตถุดิบเหล่านั้นได้ จะถือว่า…ชีวิตนี้คุณช่างโชคดีเสียจริง ไม่ต้องปรุงรสชาติมาก แต่ได้ความอร่อยเกินรับประทาน โดยอาศัยความสดและคุณภาพที่ดีของวัตถุดิบ เพราะการกินอาหารที่ปรุงน้อย จะช่วยลดอาการบวมน้ำที่เกิดจากการกินสารปรุงแต่งรสชาติมากเกินไป และเพื่อให้ไตได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย

เช็กลิสต์ 5 หมู่ กินครบหลากหลาย ปริมาณพอเหมาะ
อยากผอมต้องลดแป้งและไขมัน ซึ่งตรงกันข้ามมากๆ กับอาหารจังก์ฟู้ด ที่มีแต่แป้งและไขมันเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งก็ถือเป็นส่วนสำคัญของความอร่อยจริงๆ อันนี้ไม่เถียงนะคะ แต่การกินอาหารจังก์ฟู้ดเป็นประจำ จะทำให้คุณเป็นโรคมากขึ้น เรียงรายเป็นหมอนรองรถไฟเลย อาทิ โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ รวมถึงโรคขาดสารอาหาร อย่างสารอาหารประเภทวิตามิน แนะนำให้เปลี่ยนการกิน “สายเฮลท์ตี้” ต้องกินอาหารที่ดี มีประโยชน์ และหลากหลาย คือกินให้ครบ 5 หมู่ ทานเนื้อและผักให้สมดุล เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ไม่มากจนเกินพอดี ท่องไว้ว่า เราจะมีชีวิตอยู่ เพื่อได้กินของดีๆ และอร่อยๆ ต่อไป

ลด ละ เลิก อาหารแปรรูป เชื่อสิว่าดี!
“อาหารแปรรูป” ใช่ว่าจะไม่ดีทุกสิ่งอย่าง หลายอย่างก็ยังคงเป็นอาหารที่ดีและมีประโยชน์ ขณะที่บางอย่างที่ถูกแปรรูป จนกลายเป็นอาหารไม่มีประโยชน์ไปเลย นึกไม่ออกใช่มั้ย? ขอยกตัวอย่าง เช่น ฮอตดอก มาการีน ไอศกรีม และขนมขบเคี้ยว อาหารเหล่านี้เมื่อถูกแปรรูปแล้ว จะให้สารอาหารและเส้นใยในปริมาณต่ำ แต่กลับให้แคลอรีสูง ที่สำคัญมาพร้อมกับสารกันบูด น้ำตาล และโซเดียม ฟังแล้วก็อยากแนะนำว่า ให้กินผลไม้สดแทนไอศครีม หรือขนมที่ทำจากธัญพืชรสธรรมชาติแทน แค่นี้ก็กลายเป็นสายเฮลท์แล้วจ้า อ่านเพิ่มเติม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *