เที่ยวพิพิธภัณฑ์แห่งชาติเนเธอร์แลนด์

เที่ยวพิพิธภัณฑ์แห่งชาติเนเธอร์แลนด์ (Rijksmuseum) หรือพิพิธภัณฑ์เร็กซ์เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวดินแดนกังหันลมแห่งนี้ เพราะที่นี่คือพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศที่รวบรวมวัตถุโบราณ งานศิลปะเก่าแก่และทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ไว้มากมาย โดยในแต่ละปีนั้นมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้กว่าล้านคนสวนดอกไม้ม่อนแจ่ม

ประวัติ เที่ยวพิพิธภัณฑ์แห่งชาติเนเธอร์แลนด์

ประวัติ เที่ยวพิพิธภัณฑ์แห่งชาติเนเธอร์แลนด์

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเนเธอร์แลนด์ที่มีอายุเก่าแก่กว่า 200 ปีแห่งนี้ตั้งอยู่ในกรุงอัมสเตอร์ดัม เมืองหลวงของประเทศเนเธอร์แลนด์ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของเนเธอร์เเลนด์ เป็นสถานที่ที่จะสามารถบอกเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของดินแดนกังหันลมได้เป็นอย่างดี เนื่องจากที่นี่คือสถานที่เก็บรักษาวัตถุโบราณ งานศิลปะเก่าเเก่ทรงคุณค่าเอาไว้เป็นจำนวนมาก

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเนเธอร์แลนด์ก่อตั้งในปี ค.ศ.1800 เดิมทีนั้นตั้งอยู่อีกที่หนึ่ง โดยสถานที่ที่เป็นพิพิธภัณฑ์ในปัจจุบันนี้ย้ายมาเมื่อปี ค.ศ.1885 วัตถุต่างๆ ที่เก็บรักษาและจัดแสดงอยู่ภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีทั้งผลงานศิลปะของเนเธอร์เเลนด์เองตั้งเเต่ยุคทองของงานศิลปะ เเละคอลเล็คชั่นศิลปะของเอเชีย

สถาปนิกผู้ออกแบบอาคารแห่งนี้คือ Pierre Cuypers โดยสถาปัตยกรรมที่งดงามหรูหราทั้งภายในและภายนอกของอาคารแห่งนี้เป็นการสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมรูปแบบกอธิค (Gothic) และเรเนซองส์ (Renaissance ) เช่นเดียวกับอาคารสาธารณะอื่นๆ ที่สำคัญอีกหลายแห่งของอัมสเตอร์ดัมที่สร้างในช่วงเดียวกัน อาทิ โรงละครแห่งชาติ (Stadsschouwburg) และที่ทำการไปรษณีย์กลางในขณะนั้นซึ่งปัจจุบันคือห้างสรรพสินค้าแม็กนา พลาซ่า (Magna Plaza)

ภายในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติเนเธอร์แลนด์มีห้องจัดเเสดงกว่า 200 ห้อง ซึ่งจัดแสดงวัตถุโบราณของเนเธอร์แลนด์กว่า 8,000 ชิ้นและวัตถุจากทั่วทุกมุมโลกอีกนับล้านชิ้น รวมถึงส่วนที่เป็นไฮไลต์สำคัญสำหรับผู้ที่ชื่นชอบในงานศิลปะโดยเฉพาะคือ ส่วนจัดเเสดงผลงานภาพเขียนของศิลปินดังระดับโลกจำนวนมาก อาทิ

การจัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์นั้นแต่ละชั้นแบ่งออกตามช่วงเวลาต่างๆ โดยแบ่งเป็นทั้งหมด 4 ช่วง ได้แก่

ชั้น 0 เป็นที่บริการข้อมูลนักท่องเที่ยว จำหน่ายตั๋ว ล็อคเกอร์ ร้านค้า และคาเฟ่ นอกจากนี้ยังเป็นพื้นที่จัดแสดงวัตถุและผลงานศิลปะ ระหว่างปี ค.ศ. 1100 – 1600 มีไฮไลต์คือ

         ภาพเขียนสีน้ำมัน โดย Jacob Cornelisz Van Oostsanen ช่างออกแบบไม้แกะและเป็นหนึ่งในจิตรกรที่มีความสำคัญ

ชั้น 1 จัดแสดงวัตถุและผลงานศิลปะ ระหว่างปี ค.ศ. 1700 – 1800 (ฝั่งปีกซ้าย) และปี ค.ศ. 1800 – 1900 (ฝั่งปีกขวา) มีไฮไลต์คือ

         ภาพเขียนสีน้ำมัน Waterloo โดย William Sadler II ที่บรรยายเรื่องราวของการต่อสู้ของวอเตอร์ลูภายใต้คำสั่งของนโปเลียนมหาราช (Napoleon Bonaparte) ที่ทำสงครามกับกองกำลังอังกฤษ กองกำลังปรัสเซียน (Prussian) ภายใต้การนำของ Gebhard Leberecht von Blücher และทหารจากเนเธอร์แลนด์ จังหวัดฮันโนเวอร์ (Hanover) ขุนนางแห่งนัสเซา (Nassau) และอาณานิคมของ Brunswick-Wolfenbüttel ภาพเขียนสีน้ำมัน Javanese Court Officials โดยศิลปินนิรนาม ที่ได้รับการสันนิษฐานว่าศิลปินผู้วาดนั้นน่าจะไม่ใช่ชาวตะวันตก โดยภาพเขียนนี้เป็นภาพบุคคลสมมุติในเครื่องแต่งกายแบบชวาหรืออินโดนีเชีย

นอกจากนี้ ที่ชั้นนี้ยังเป็นที่จัดแสดงภาพเขียนรูปใบหน้าตัวเอง Self-Portrait โดย Vincent Van Gogh จิตรกรเอกชาวดัตช์ผู้บุกเบิกงานศิลปะแนวใหม่แห่งยุคศตวรรษที่ 19 อยู่ด้วย

ชั้น 2 จัดแสดงวัตถุและผลงานศิลปะ ระหว่างปี ค.ศ. 1600 – 1650 (ฝั่งปีกซ้าย) และปี ค.ศ. 1650 – 1700 (ฝั่งปีกขวา) โดยมีไฮไลต์คือ

  • ภาพเขียนสีน้ำมัน Night Watch โดย Rembrandt van Rijn เป็นภาพเขียนสีน้ำมันขนาดใหญ่ที่ได้รับพื้นที่ห้องส่วนตัวโดยเฉพาะ ซึ่งความน่าสนใจของภาพเขียนที่มีอายุร่วม 400 ปีชิ้นนี้คือ ความสามารถของศิลปินเอกชาวดัตช์อย่าง Rembrandt ที่สามารถนำเสนอภาพ portrait ของกลุ่มทหารพร้อมด้วยแสงเงาได้อย่างยอดเยี่ยม
  • เรือจำลองของ William Rex, Adriaen de Vriend, Adriaen Davidsen และ Cornelis Moerman แบบจำลองนี้แสดงลักษณะของเรือรบดัตช์ในช่วงปลายศตวรรษที่ 17 โดยแบบจำลองนี้ถูกสร้างขึ้นที่อู่ต่อเรือของ Vlissingen (Flushing) ซึ่งเป็นสถานที่ในการสร้างเรือรบจริงเช่นกัน
  • บ้านตุ๊กตา Doll’s House ภายใน Rijksmuseum มีบ้านตุ๊กตาสามหลังที่ให้มุมมองที่ละเอียดเกี่ยวกับวิธีการตกแต่งบ้านของคนร่ำรวยในอดีต โดยบุคคลมั่งคั่งที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของอัมสเตอร์ดัมในศตวรรษที่ 17 คือ Petronella Oortman  บ้านตุ๊กตาไม่ใช่ของเล่น แต่เป็นงานอดิเรกของผู้ชายเทียบเท่ากับตู้เก็บของผู้หญิงก็ว่าได้
  • เครื่องเคลือบดินเผา Delftware ซึ่งเป็นสิ่งเชิดหน้าชูตาที่บ่งบอกถึงฐานะของผู้ใช้และได้รับความนิยมอย่างมากในยุคทอง ด้วยเอกลักษณ์คือสีน้ำเงินและลวดลายที่ประณีตสวยงามซึ่งยังคงเป็นที่นิยมโดยสากลมาจนกระทั่งทุกวันนี้

ชั้น 3 จัดแสดงวัตถุและผลงานศิลปะ ระหว่างปี ค.ศ. 1900 – 1950 (ฝั่งปีกขวา) และปี ค.ศ. 1950 – 2000 (ฝั่งปีกซ้าย) โดยวัตถุที่จัดแสดงในส่วนนี้จะเป็นผลงานร่วมสมัย ชิ้นงานที่จัดแสดงที่ฝั่งปีกขวาที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว อาทิ เก้าอีสีขาว โดย Gerrit Rietveld และเครื่องบิน Aircraft ส่วนที่จัดแสดงอยู่ฝั่งปีกซ้าย อาทิ เครื่องแต่งกายจาก Yves Saint Laurent, ผลงานศิลปะโดย Karel Appel และประติมากรรม Constant

นอกจากที่กล่าวไปแล้ว ภายในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติเนเธอร์แลนด์แห่งนี้ยังมีผลงานที่น่าสนใจอื่นๆ อีกจำนวนมากที่ควรค่าแก่การมาเยี่ยมชม ท่ามกลางสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามและน่าสนใจมากมายของเนเธอร์แลนด์ ที่นี่ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงหากต้องการรู้จักดินแดนกังหันลมให้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น

สถานีรถไฟ Amsterdam Central

การเดินทางจากสนามบินเข้าเมือง(สถานีรถไฟ Amsterdam Central)

ท่าอากาศยานอัมสเตอร์ดัมสคิปโฮล (Amsterdam Airport Schiphol) หรือเรียกสั้นๆ ว่า “สนามบินอัมสเตอร์ดัม” เป็นสนามบินที่หนาแน่นเป็นอันดับต้นๆ ในยุโรป และยังติดอันดับ 12 ของสนามบินที่หนาแน่นที่สุดในโลกอีกด้วย

จากท่าอากาศยาน Amsterdam Airport Schiphol ไปสถานี Amsterdam Central ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นศูนย์การของการเดินทางของเมืองอัมสเตอร์ดัม ที่ไม่เพียงแค่เป็นสถานีรถไฟที่ให้บริการรถครอบคลุมทุกเส้นทาง แต่ยังเชื่อมต่อกับการให้บริการรถโดยสารประจำทาง รถราง รถไฟใต้ดิน และเรือข้ามฟากอีกด้วย นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางจากสนามบินมายัง Amsterdam Central Station ได้หลายวิธี ดังนี้

             – รถยนต์ (Car) การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวจากสนามบินอัมสเตอร์ดัมไปยังสถานี Amsterdam Central โดยใช้ถนนสาย A4 มีระยะทาง 19 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที

             – แท็กซี่ (Taxi) การเดินทางโดยแท็กซี่จากสนามบินอัมสเตอร์ดัมไปยังตัวเมืองบริเวณสถานี Amsterdam Central มีค่าบริการอยู่ระหว่าง 33 – 40 ยูโร ขึ้นอยู่กับสภาพจราจร โดยจุดจอดแท็กซี่นั้นจะอยู่บริเวณด้านนอกทางเข้าหลักของอาคารผู้โดยสารขาเข้า และบริเวณชั้นเดียวกับสถานีรถไฟ

             – รถประจำทางสนามบิน (Airport Express Shuttle Bus) จากสนามบินอัมสเตอร์ดัมมีบริการ Airport Express Shuttle Bus ไปยังสถานี Amsterdam Central ufaรวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ที่สำคัญ และโรงแรมที่พักหลายแห่งในเมืองอัมสเตอร์ดัม ค่าโดยสารราคา 6.5 ยูโร โดยมีเที่ยวรถออกจากสนามบินทุกๆ 7.5 นาทีจากบริเวณ platform B15-19 ของสนามบิน ทั้งนี้นักท่องเที่ยวต้องทำการจองตั๋วล่วงหน้า

             – รถไฟ (Train) การเดินทางโดยรถไฟจากสถานี Amsterdam Airport ไปยังสถานี Amsterdam Central ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ค่าโดยสารรถไฟชั้นสอง (second class) ราคาอยู่ที่ 3.80 ยูโร นักท่องเที่ยวสามารถซื้อตั๋วได้ที่โต๊ะจำหน่ายตั๋วที่อยู่บริเวณชั้นผู้โดยสารขาเข้า หรือซื้อได้ที่เครื่องจำหน่ายตั๋วสีเหลืองโดยใช้เหรียญยูโร หรือบัตรเครดิต / เดบิต โดยชานชาลารถไฟจะอยู่ชั้นล่างของอาคารผู้โดยสาร รถไฟออกทุก 10 – 15 นาที ระหว่างเวลา 6.00 – 24.30 น.

การเดินทางไป Rijksmuseum

จากสถานีรถไฟ Amsterdam Central ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเดินทางหลักด้วยระบบขนส่งสาธารณะในเมืองอัมสเตอร์ดัมไป Rijksmuseum นั้นนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปได้สะดวกที่สุดโดยรถไฟใต้ดินและรถรางเนื่องจากการเดินทางโดยรถยนต์นั้นจะมีเส้นทางที่อ้อมและใช้เวลานาน

             – รถไฟ (Train) จากสถานี Amsterdam Central Station ขึ้นไฟใต้ดินสาย 52 Station Zuid ไปลงที่ป้าย Amsterdam, Vijzelgracht ซึ่งอยู่ห่างจาก Rijksmuseum ประมาณ 450 เมตร การเดินทางโดยรถไฟใช้เวลาประมาณ 12 นาที

             – รถราง (Tram) จากสถานี Amsterdam Central Station ขึ้นรถรางสาย 2 หรือ 12  Amstelstation ไปลงป้าย Amsterdam, Rijksmuseum ได้เลยใช้เวลาเดินทาง 17 นาที

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *