เกาะพระทอง ซาฟารีแห่งเมืองใต้

เกาะพระทอง ซาฟารีแห่งเมืองใต้  อากาศร้อนๆ เราก็ควรจะได้ไปเที่ยวที่ทะเลยังไงล่ะ อย่าปล่อยให้ความฝันพังทลายลงไปค่ะ วันนี้เราเลยเอาใจทุกคนที่กำลังอยากไปเที่ยวทะเล เราจะมาแนะนำ ที่เที่ยว จังหวัดพังงา กันค่ะ เกาะที่ใครๆ ก็อยากไปสัมผัสกันสักครั้ง ที่ขึ้นชื่อว่า เป็น ซาฟารีแห่งเมืองใต้ สถานที่ที่มีชื่อว่า เกาะพระทองตามเราไปรู้จักที่นี่กันเลย

เกาะพระทอง มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 401,250 ไร่ ครอบคลุมอยู่ในพื้นที่ อำเภอคุระบุรี และอำเภอตะกั่วป่า ของ จังหวัดพังงา มีลักษณะเป็นชายฝั่งทะเลยุบตัว อยู่ที่ชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกของใต้ เกาะพระทอง เป็นภูเขาสลับที่ราบ สูงจากระดับน้ำทะเล 310 เมตร และมีเขาบ่อไทรเป็นยอดเขาสูงสุด สูงประมาณ 450 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในพังงาและใหญ่เป็นอันดับ 5 ของประเทศไทยวัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร

เกาะพระทอง ซาฟารีแห่งเมืองใต้

เกาะพระทอง ซาฟารีแห่งเมืองใต้

เกาะพระทองเกิดจากซากปะการังทับถมกันมาอย่างยาวนานล้านปี จนกระทั่งกลายเป็นเกาะที่มีสภาพภูมิประเทศที่แปลกตาแบบนี้ คือจะมีลักษณะค่อนข้างแบนราบ ถือเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของเกาะแห่งนี้ ตะวันออกจะเป็นแนวป่าโกงกาง ตะวันตกเป็นหาดทราย ส่วนบริเวณกลางเกาะเป็นทุ่งหญ้าขนาดใหญ่ที่มี ต้นเสม็ดขาว ขึ้นกระจายแบบสวยงามมากเลย

พื้นดินบนเกาะส่วนใหญ่จะเป็นดินปนทราย ไม่เหมาะต่อการเพาะปลูก เพราะสภาพของธรรมชาติและที่บริเวณนี้เคยผ่านการทำเหมืองแร่มาก่อน ทำให้มีพืชเศรษฐกิจเพียงมะม่วงหิมพานต์กับมะพร้าวเท่านั้น  แต่ในทางกลับกัน เกาะพระทอง ดันเป็นเกาะที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากค่ะ บนเกาะมีทั้งชายหาด ป่าชายหาด ทุ่งหญ้า ป่าชายเลน ป่าเสม็ด ป่าพรุ ไม้พุ่ม พืชสังคมทดแทน หรือแม้กระทั่งกล้วยไม้หายากก็มี

เที่ยวทุ่งหญ้า ริมทะเล ที่ เกาะพระทอง

ต้นเสม็ดขาว ที่กระจายอยู่ทั่วเป็นหย่อมๆ ทำให้บรรยากาศของที่นี่คล้ายทุ่งหญ้าซาฟารีในแอฟริกาเลยค่ะ  ไม่ว่าจะตอนเช้าหรือตอนเย็นที่ เราจะสามารถเห็นแสงสีทองส่องกระทบลงบนต้นหญ้า สวยงามเป็นที่สุดเลยค่ะ ผู้คนเลยต่างพากันเรียกว่า สะวันนาเมืองไทย ทำให้นักท่องเที่ยวมากมายเดินทางมาเยือนเกาะนี้ufa

แต่หลังเหตุการณ์สึนามิ ทำให้เกิดความเสียหาย และผู้คนบนเกาะหายไปกว่าครึ่ง เกาะเลยมีสภาพเงียบเหงา สำหรับใครที่ชื่นชอบธรรมชาติ ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เรียนรู้วิถีชุมชน น่าจะถูกใจเป็นแน่ เพราะที่นี่มีความสงบ  เป็นเกาะที่เลือกทำกิจกรรมได้หลากหลาย ตั้งแต่ แคมป์ปิ้ง ขี่จักรยานรอบเกาะ หรือจะเดินชมทุ่งหญ้าสะวันนาก็ทำได้ตามที่สนใจเลย

สำหรับใครที่สนใจมาพักที่นี่ ก็จะมีที่พักให้เหมือนกันค่ะ ราคาไม่แพง และคนในพื้นที่ก็เป็นกันเองมากๆ ค่ะ ที่นี่ยังคงไม่มีสิ่งบันเทิงอะไร เลยเหมาะสำหรับคนที่ต้องการซึมซับธรรมชาติอย่างแท้จริง เพราะแทบจะไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ เลยค่ะ แม้แต่ไฟฟ้า ร้านค้าร้านอาหารต่างๆ ก็จะไม่มีให้บริการ จะมีแค่บริการจากที่พักเท่านั้นค่ะ หากต้องการอาหารอะไรเป็นพิเศษ ต้องซื้อมาจากฝั่งคุระบุรีเท่านั้นค่ะ แต่ในความไม่สะดวกสบายนี้เรากลับได้พบเจอสิ่งที่สวยงามที่สุดของธรรมชาติก็ว่าได้ นับว่าคุ้มค่าจริงๆ ค่ะ ที่ได้มาที่นี่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *