ห้องเล็กความสุขไม่เล็ก

ห้องเล็กความสุขไม่เล็ก การเลือกบ้านที่มีขนาดย่อมสามารถลดต้นทุนในการซื้อบ้านได้อย่างมาก แล้วค่อยไปเน้นที่การตกแต่งภายในแทน ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่สิ้นเปลืองเสียทีเดียว เพราะการแต่งบ้านไม่ได้หมายถึงการซื้อเฟอร์นิเจอร์หรือของใช้มาจัดวางเข้าไปเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการบริหารพื้นที่ให้เชื่อมต่อกันอย่างดี การใส่ประสิทธิภาพการใช้งานให้เต็มที่ทุกตารางเมตร เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถเพลิดเพลินกับฟังก์ชันที่สะดวกสบายสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีได้ มองกี่ครั้งก็สุขใจแม้ว่าพื้นที่จะไม่ใหญ่นัก

ห้องชุดนี้มีพื้นที่ประมาณ 9 pings ซึ่งเป็นหน่วยวัดพื้นที่ของจีน หรือราว ๆ 29.7 ตารางเมตรเท่านั้น การจัดสรรพื้นที่ใช้สอยที่เพียงพอในสภาพแวดล้อมที่จำกัด จึงเป็นเรื่องที่น่าหนักใจพอสมควรเลยทีเดียว นักออกแบบแก้ปัญหาด้วยการจัดแปลนแบบ open plan ควบรวมพื้นที่ในการใช้ชีวิตหลักๆ อยู่ในจุดเดียวโดยมีเฟอร์นิเจอร์เป็นตัวบ่งบอกขอบเขต ทำให้เข้าถึงกันได้ง่าย มีความยืดหยุ่นในการใช้งาน การผสมผสานฟังก์ชันในพื้นที่ยึดตามความถนัด และการเรียงลำดับการใช้งานของผู้อยู่อาศัยเป็นหลัก เมื่อบานประตูเปิดออกจะเห็น ห้องครัว ห้องนั่งเล่น และห้องนอนเชื่อมต่อกันเป็นชุด ความหลากหลายของรูปลักษณ์และการโต้ตอบหมุนรอบในพื้นที่เดียว ทำให้บ้านเล็ก ๆ ดูครบถ้วนโดยที่ไม่รู้สึกว่าบ้านคับแคบจนอึดอัดแบบหลังคาบ้าน ที่เหมาะกับเมืองไทย

หนึ่งในกลวิธีที่เป็นการบริหารพื้นที่เล็ก คือ การใช้พื้นที่แนวตั้งให้มากที่สุด ลดพื้นที่จัดเก็บที่วางบนพื้นให้น้อยที่สุด โดยการออกแบบตู้บิลท์อินด้านหนึ่งของผนังยาวจากด้านหน้าจรดด้านหลัง ทำหน้าที่เป็นทั้งพื้นที่ติดตั้งทีวี ลิ้นชักเก็บของ ตู้เสื้อผ้า ที่ลอยตัวเหนือพื้นช่วยให้ทำความสะอาดง่าย พื้นที่จัดเก็บจึงเพียงพอไม่จำเป็นต้องมีตู้หรือชั้นวางพื้นให้เกะกะ นอกจากนั้นยังมีการผสมผสานระหว่างตู้แขวนสลิงกับโต๊ะทานข้าวที่เปลี่ยนเป็นพื้นที่ทำงานได้ จัดเป็นโต๊ะอาหารที่เพิ่มจังหวะที่มีชีวิตชีวา

ในแง่ของวัสดุและสีก็มีส่วนทำให้บ้านดูแคบหรือกว้าง นักออกแบบเลือกใช้ไม้สีอ่อนและสีขาวที่เข้ากันได้ดี เพื่อสร้างพื้นหลังของห้องที่สะอาดตา สดชื่น และเป็นธรรมชาติ เมื่อรวมกับแสงธรรมชาติที่ส่องมาจากหน้าต่างขนาดใหญ่บริเวณห้องนอนให้ส่องฉายในร่ม จะรวมกันสร้างบรรยากาศความอบอุ่นนุ่มนวล พร้อมกับให้ความโปร่งสว่าง

ในห้องนี้มีสัตว์เลี้ยงอยู่ด้วย 2 ตัว ซึ่งเป็นเหมือนสมาชิกในครอบครัวที่ใช้ชีวิตร่วมกัน  แต่บางครั้งก็ต้องการคนก็ต้องการพื้นที่ส่วนตัว จึงเลือกใช้ประตูโครงเหล็กติดกระจกที่เคลื่อนย้ายได้ เป็นตัวกลางแยกห้องและห้องโถงออกจากกัน เพื่อให้ยังสามารถมองเห็นและเปิดออกบางส่วนให้โต้ตอบกันได้  ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและสงบระหว่างคนสองคน

ในพื้นที่คอนโดหรือห้องชุดเล็ก ๆ การจะจัดให้ดูกว้างมีทริคหลาย ๆ ข้อ อาทิ การจัดแปลนแบบเปิดแล้วรวมฟังก์ชันที่ใช้งานรวมกันได้มาอยู่ด้วยกันในพื้นที่เดียว โดยไม่ต้องมีผนังก่อทึบปิดกั้น ต่อมาควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีขนาดกะทัดรัด มีความยืดหยุ่นหรือทำงานหลายอย่างได้ในชิ้นเดียว เช่น แยกชิ้น ถอด-ใส่ประกอบร่างได้ สามารถพับเก็บซ่อนไว้ตามส่วนต่าง ๆ ของห้องเมื่อไม่ใช้ได้ พื้นที่แนวตั้งให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อลดการรบกวนพื้นบ้านให้มากที่สุด สำหรับไอเดียการแบ่งพื้นที่ด้วยกระจกใสก็เป็นอักหนึ่งวัสดุที่น่าสนใจ เพราะช่วยแบ่งขอบเขตใช้งานได้ในขณะที่ห้องยังดูกว้างเท่าเดิม

ปรับปรุงบ้านเก่าด้วยแผ่นไม้อัด ห้องเล็กความสุขไม่เล็ก

ปรับปรุงบ้านเก่าด้วยแผ่นไม้อัด ห้องเล็กความสุขไม่เล็ก

ผู้คนไม่น้อยเลยที่ไม่มีโอกาสเป็นเจ้าของบ้านมือหนึ่ง อาจด้วยเหตุขัดข้องทางเศรษฐกิจหรือปัจจัยอื่น ๆ ทำให้ต้องซื้อบ้านมือสองมาปรับปรุงอยู่อาศัย ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่าคุณภาพชีวิตจะไม่ดีเสมอไป หลาย ๆ โครงการทำออกมาแล้วน่าอยู่กว่าบ้านสร้างใหม่ด้วยซ้ำไป เหมือนตัวอย่างบ้านนี้ ที่เจ้าของเห็นบ้านเก่าทรุดโทรมก็ตกหลุมรักทันที จึงจับจองเพื่อเปลี่ยนโฉมสำหรับอยู่อาศัยกับครอบครัว ที่นี่เป็นบ้านพักพนักงานของสถาบันป่าไม้และเคมี หลายทศวรรษผ่านไป บางคนย้ายออก บางคนย้ายเข้ามา แม้บ้านจะเก่าแต่พืชพรรณธรรมชาติรอบๆ มีชีวิตชีวามาก มีทางลาดยาวให้เดินตรงกลาง ทำให้สภาพแวดล้อมในการอยู่อาศัยดูแพงขึ้นทันที

บ้านพื้นที่เพียง 46 ตารางเมตรนี้ เป็นส่วนหนึ่งของอาคารสร้างขึ้นในทศวรรษ 1980 เพื่อรองรับพนักงานเนื่องจากอาคารหอพักที่ได้รับการจัดสรรในเวลานั้นไม่เพียงพอ บริเวณที่สร้างบ้านอยู่มุมของมหาวิทยาลัยป่าไม้ทำให้ที่ดินเป็นสามเหลี่ยม แต่มีข้อดีคือ บ้านถูกแบ่งออกจากสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ โดยรั้วสูงจึงมีความเป็นส่วนตัว และยังมีลานโล่งทั้งด้านหน้าด้านหลัง ลานบ้านด้านเหนือสร้างขึ้นไม่นานหลังจากที่เจ้าของคนแรกสร้างเสร็จ และสร้างห้องเพิ่มเติมแยกกัน ซึ่งสามารถเข้าถึงได้จากทางเดินด้านนอกเท่านั้น

เมื่อเข้าสู่ตัวบ้านจะเห็นว่าภายในเต็มไปด้วยพื้นผิวไม้รอบด้าน ในห้องนั่งเล่นไม่มีชุดโซฟาสำเร็จรูป เพราะพื้นที่ขนาดเล็กไม่ค่อยเป็นมิตรกับเฟอร์นิเจอร์สำเร็จรูปที่ค่อนข้างกินพื้นที่ จึงเปลี่ยนมาเป็นม้านั่งยาวทำจากคอนกรีตก่อชิดติดผนังสำหรับใช้นั่งเล่นนอนเล่นได้พร้อมกันหลาย ๆ คนโดยไม่กินพื้นที่ และยังมีฟังก์ชันช่องเก็บของข้างใต้อีกด้วย เฟอร์นิเจอร์ที่เหลือเป็นเก้าอี้และสตูลที่เคลื่อนย้ายได้  หรือจะนั่งกทำกิจกรรมกับพื้นที่ปูพรมอยู่ก็ได้ สามารถปรับเปลี่ยนได้อย่างยืดหยุ่นตามการใช้งานจริง ม้านั่งทรงกล่องสี่เหลี่ยมที่อยู่ติดหน้าต่างหน้าบ้านก็ย้ายม้านั่งไปไว้ตรงกลาง เพื่อใช้เป็นโต๊ะกาแฟได้เมื่อจำเป็น

ม้านั่งรูปตัว L ถูกจัดวางรอบๆ ลานทั้งสองด้าน  ซึ่งจะจัดช่องหน้าต่างรับมุมมองเป็นระยะ เพื่อให้สามารถเข้าถึงวิวได้ง่าย และยังทำหน้าที่เป็นทางเดินจากห้องนั่งเล่นไปยังห้องนอน ปีที่แล้วทั้งคู่รับเลี้ยงสุนัขชื่อ “กูลี่” ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกของบ้านหลังนี้ด้วย ทั้งคู่เชื่อว่าทั้งแมวและสุนัขจะมีสัญชาตญาณในการหามุมที่สบายที่สุดของบ้าน (ณ จุดนี้ คนไม่สามารถเปรียบเทียบได้) Guli ชอบนอนบนม้านั่งคอนกรีตหรือเกาะหน้าต่างมองท้องฟ้าเหมือนคนที่โหยหาโลกภายนอกที่เสรี

จากห้องนั่งเล่นจะมีผนังที่เจาะประตูระหว่างห้องนั่งเล่นและทำงานความสูง 1.80 เมตร และช่องหน้าต่างที่เป็นเพียงช่องโล่งๆ  ช่วยให้ห้องนั่งเล่นและห้องทำงานที่อยู่ด้านในสามารถมองเห็นกันได้และเดินเข้าออกสะดวกไม่ต้องเปิดปิดประตู ช่องหน้าต่างประตูขนาดใหญ่ที่มีมากมาย นอกจากจะช่วยดึงแสงและลมตามธรรมชาติเข้าสู่ตัวบ้าน เชื่อมต่อระหว่างพื้นที่ให้ไหลลื่น ยังทำให้บ้านมีความเป็นอิสระทางสายตาลดความรู้สึกว่าบ้านแคบเล็กลงไปได้ดี

ภายในห้องทำงานผสมผสานฟังก์ชั่นของพื้นที่ทำงานและห้องอาหารเข้าไว้ด้วยกัน บนผนังบิลท์โต๊ะทำงานพร้อมชุดชั้นวางหนังสือยาว 4.6 เมตร ที่สามารถตอบสนองความต้องการของสำนักงานได้พอดี มีบาร์น้ำ ที่เก็บของ และเครื่องซักผ้าได้ในเวลาเดียวกัน

เนื่องจากแผนผังชั้นเดิมมีข้อจำกัด ห้องครัวจึงกลายเป็นพื้นที่สำหรับเข้าออกห้องน้ำและทางเข้าถึงออฟฟิศ เมื่อจำเป็นต้องตอบสนองฟังก์ชันพื้นฐานของห้องครัวในขณะที่ต้องเปิดทางเดิน ทำให้ต้องปรับขนาดของตู้ให้เหมาะสมพอดีกับการใช้งานและพื้นที่ แม้จะเล็กแต่ข้อดีของจุดนี้อยู่ที่หน้าต่างห้องครัว ซึ่งอยู่ใกล้กับรั้วอิฐสีแดงมาก เมื่อเข้ามาใช้งานจะได้เพลิดเพลินกับธรรมชาติขณะทำอาหารทุกวัน

ปลายสุดของม้านั่งตัว L จากห้องนั่งเล่นจะเป็นทางลงไปสู่ห้องนอน มีบันไดไม้เล็ก ๆ สองขั้นรองรับอยู่ จุดนี้ทำให้เห็นว่าภายในบ้านไม่ได้มีระดับเดียว แต่มีการเล่นระดับไม่เท่ากัน ซึ่งมองได้สองแค่มุมคือ เป็นการเพิ่มความสนุกในการอยู่อาศัย แต่ก็รู้สึกไม่ค่อยสะดวกนักเมื่อต้องขึ้นลงในวันที่อายุมากขึ้น

ห้องนอนเป็นส่วนที่ต้องการพื้นที่น้อย จึงใช้เพียงส่วนหนึ่งของบ้านมีตู้กั้นแบ่งกับโซนโต๊ะทำงานที่อยู่อีกด้านของประตู แม้จะเป็นส่วนเล็ก ๆ แต่ก็มีหน้าต่างเหนือที่นอนและประตูที่สามารถรเปิดรับแสงและระบายอากาศในแต่ละวันของบ้านได้ดีขึ้น เมื่อลุกขึ้นนั่งบนเตียงหันไปมองหน้าต่างจะเห็นลานบ้านที่จัดสวนเล็กๆ เอาไว้ คืนเดือนหงายหรือคืนที่ฝนตกหรือหิมะตกก็สังเกตความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศได้หมด ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม

วัสดุเฟอร์นิเจอร์ ผนัง เพดาน ที่เลือกเป็นหลักของที่นี่ คือ birch marine board เป็นไม้อัดลายไม้เบิร์ช ที่มีคุณสมบัติกันน้ำและทนต่อสภาพอากาศในราคาที่ไม่แพง ติดตั้งโดยช่างไม้ผู้ชำนาญการและทาน้ำยาเคลือบเนื้อไม้ ทำให้พื้นผิวของกระดานเรียบเนียนให้ความรู้สึกอบอุ่นกับบ้านทั้งหลัง จากนี้สีของไม้ก็จะค่อย ๆ เปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อม ซึ่งเจ้าของบ้านหวังว่าบ้านและผู้คนจะ “แก่ขึ้นตามธรรมชาติ” ไปพร้อม ๆ กัน

แต่งบ้านสองชั้นสไตล์ญี่ปุ่น

แต่งบ้านสองชั้นสไตล์ญี่ปุ่น

โจทย์จากเจ้าของบ้านแต่ละหลังจะมีจุดเน้นต่างกัน อย่างไม่นานมานี้ โดยสถาปนิกญี่ปุ่นก็พบว่าลูกค้าเข้ามาหลายเจ้าที่แจ้งความประสงค์เรื่อย ๆ ว่า “ถ้าบ้านหลังคาใหญ่ก็ดีนะ” เมื่อคุณได้ยินคำว่า “หลังคาใหญ่” แต่ละคนก็คงจินตนาการต่างกันไปตามประสบการณ์ อาจจะเป็นหลังคาที่มีชายคากว้างหรือผืนหลังคาขนาดใหญ่ที่คลุมเฉลียงด้วย สำหรับสถาปนิกทีมนี้ตีความหลังคาใหญ่คือรูปทรงของหลังคาที่มีจั่วยาวลาดเอียงมาก ๆ คลุมพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านทั้งหมด ออกมาเป็นบ้านหลังคากว้างที่ทั้งโดดเด่นและใช้ประโยชน์ได้

บ้านสองชั้นพื้นที่ 79.5 ตารางเมตรนี้ อยู่ในเมืองเมืองอิบารากิ จังหวัดโอซาก้า ถึงจะเป็นบ้านค่อนข้างเล็กแต่ก็รวมเอาฟังก์ชั่นที่จำเป็นสำหรับชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มที่ เช่น พื้นที่สำหรับเก็บมอเตอร์ไซค์และอุปกรณ์เอาท์ดอร์ ห้องเด็ก ครัว พื้นที่นั่งเล่น ราวตากผ้าในร่มภายใต้หลังคาจั่วที่มีความลาดเอียงไม่เท่ากัน ด้านหนึ่งที่องศาลาดเอียงมากกว่าอีกด้านทำให้เหมือนหลังคามีขนาดใหญ่ เพื่อให้ระบายน้ำฝนได้ดีและจัดสัดส่วนให้ใกล้เคียงกับของอาคารชั้นเดียว ดูแล้วไม่แปลกแยกจากบ้านหลังคามุงกระเบื้องโดยรอบ

จุดเด่นอื่นๆ นอกพื้นที่หลังคาที่ค่อนข้างกว้างแล้ว ยังมีระเบียงขนาดใหญ่สำหรับใช้งาน outdoor สองด้าน และดาดฟ้าที่ต่อยอดขึ้นไปเหนือหลังคา เป็นเสมือนประภาคารที่ให้วิวในมุมสูงมองเห็นวิวรอบ ๆ บ้าน

บริเวณรอบทางเข้าโรยกรวดเอาไว้รอบ ๆ เพื่อให้เท้าไม่เปื้อนเลอะดินในช่วงที่มีฝน ประตูบ้านหลักยกระดับเหนือพื้นเล็กน้อยมีกันสาดเป็นแผ่นเหล็กบาง ๆ ยื่นออกมาง่ายๆ ใกล้ตัวอาคารเป็นประตูไม้ที่เปิดได้กว้างสำหรับเข้าโรงรถเก็บจักรยาน ส่วนรถยนต์จะจอดไว้ใต้ถุนอาคาร ตัวสร้างจากวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างไม้จริง อิฐ ผนังลูกฟูก ไม้อัด กระจก ส่วนที่ไม่ต้องการแสงมากจะค่อนข้างปิด มีช่องแสงเล็ก ๆ แต่ในจุดที่บ้านต้องการแสงมากกประตูจะเปิดได้กว้างหรือติดกระจกขนาดใหญ่

จากชั้นล่างที่เก็บจักรยานเก็บของใช้และห้องนอนคุณพ่อคุณแม่ ขึ้นบันไดมาจะเป็นชันลอยจัดเป็นส่วนกลางที่ใช้งานร่วมกันของครอบครัว ประกอบด้วย ครัว โต๊ะทานข้าว มุมนั่งเล่น ซึ่งจะมีช่องเปิดเชื่อมต่อออกไปนอกระเบียงได้ ทำให้ไม่รู้สึกว่าบ้านดูแคบ ถัดจากโต๊ะทานข้าวจะมีบันไดนำขึ้นสู่ห้องนอนเด็ก ๆ เป็นการเล่นระดับบ้านที่สร้างความเชื่อมต่อทางพื้นที่และสายตาได้ดี

มุมครัวเล็ก ๆ เป็นเคาน์เตอร์แบบ 2 ด้านมีที่ว่างระยะพอดีให้หมุนตัวหยิบจับใช้งานได้ง่ายๆ ท็อปเคาน์เตอร์ใช้สแตนเลสที่รวมเข้ากับอ่างล้างจานและเตาเหมือนเป็นชิ้นเดียวกัน เข้าชุดกับเครื่องดูดควันสำเร็จรูปของ Fuji Kogyo บานประตูและลิ้นชักทำจาก Sina Flash และทาสีด้วยสีน้ำมันสีขาวกึ่งมันเงาเพื่อการทำความสะอาดที่ง่ายดาย มือจับประตูและลิ้นชักเลือกแบบสแตนเลสเส้นกลม ๆ เพราะใช้งานง่ายที่สุด

ทางขึ้นสู่ครัวสามารถเข้าได้ 2 ทางคือด้านในบ้าน และจากบันไดด้านข้าง ทำให้เจ้าของบ้านมีหลายทางเลือกในการเข้าถึงฟังก์ชันการใช้งาน หากวันไหนอากาศดี ๆ ก็สามารถเปลี่ยนบรรยากาศออกมาทานข้าวนอกบ้านบริเวณระเบียงได้ง่ายๆ ผนังห้องครัวสองด้านมีช่องเปิดใหญ่ ๆ ออกแบบบานประตูแบบ pocket door เลื่อนซ่อนบานเก็บเข้าในผนังได้ ตัวบานเป็นช่อง ๆ กรุวัสดุโปร่งแสงสีขาวขุ่นคล้ายประตูโชจิในบ้านญี่ปุ่นโบราณ

ห้องนอนคุณพ่อคุณแม่ตั้งอยู่ในกึ่งชั้นใต้ดิน เพื่อให้คุณพ่อที่ทำงานกะกลางคืนสามารถนอนหลับได้อย่างสงบในเวลากลางวัน ในขณะที่ส่วนกิจกรรมหลัก ๆ ที่มีความเคลื่อนไหวมากของบ้านจะอยู่ที่ห้องนั่งเล่นและรับประทานอาหารบนชั้นลอย ส่วนห้องเด็กที่ไต่ระดับขึ้นไปจะเป็นพื้นที่หนึ่งห้องโล่งๆ ไม่มีผนังกั้น ดูกว้างขวางและเป็นอิสระ จากบันไดเก็บติดบนเพดานในห้องเด็กจะพาขึ้นไปบนชั้นดาดฟ้า ที่สามารถมองเห็นหลังคากระเบื้องโดยรอบ ต้นศาลเจ้า ริมฝั่งแม่น้ำ และ Abeno Harukas อยู่ไกลๆ ได้เต็มที่ออกแบบภายใน

  • บ้านเล่นระดับ (Split Level) เป็นบ้านที่มีลักษณะของพื้นที่ใช้สอยภายในลดหลั่นกัน การเล่นระดับจะช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้กับบ้านที่ค่อนข้างเล็ก เพราะใช้การเหลื่อมของพื้นที่เป็นการแบ่งฟังก์ชันอย่างเป็นสัดส่วน โดยไม่มีพื้นเพดานหรือผนังปิดทึบจึงไม่ทำให้รู้สึกอึดอัด ระยะทางในการเดินขึ้นแต่ละชั้นก็ไม่ได้สูงมากเท่าบันไดบ้านปกติ  นอกจากในเรื่องการใช้งานแล้ว บ้านเล่นระดับยังทำให้บ้านมีลูกเล่น เติมมิติของพื้นที่ใช้งาน ดูน่าสนใจกว่าการวางระดับพื้นในระนาบเดียวกัน นอกจากใช้ประโยชน์ได้ดีแล้วยังสนุกสนานมากขึ้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *