คุณสมบัตินักสืบที่ดี

คุณสมบัตินักสืบที่ดี การที่จะจ้างนักสืบท่านควรจะไปดูที่ทำการของบริษัทหรือสำนักงานนั้นๆแล้วแต่กรณี หากท่านไม่มีเวลาไปดูท่านก็ควรจะเลือกนักสืบที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจะดีกว่า เราอยู่วงการนี้มานานก็ไม่เห็นว่าที่ใดเปิดขึ้นมาเพื่อหลอกลวงเลยแต่ที่เกิดปัญหากัน คงเป็นเพราะข้อตกลงระหว่างกันเบื้องต้นก่อนจ้างไม่ชัดเจนและความยากง่ายของ แต่ละงานไม่เท่ากันฝ่ายนักสืบไม่สอบถามข้อมูลให้ละเอียดก่อนตกลงรับจ้าง หรือฝ่ายผู้ว่าจ้างเกี่ยงเรื่องค่าจ้างมากอยากได้ที่ถูกมาก ครั้นเมื่อนักสืบไปทำงาน แล้วค่าใช้จ่ายไม่พอหรือพูดอีกนัยหนึ่งเสมือนผู้รับเหมางานคำนวณราคางาน ผิดพลาดอาจเกิดปัญหาได้ แต่สำหรับของเราแล้วจะไม่มีปัญหานี้เพราะเราจะทำ ข้อตกลงให้เข้าใจได้ง่ายและหากรับงานแล้วก็จะแก้ปัญหาให้จนเสร็จงานตามข้อตกลง หรือเกิดข้อขัดข้องก็ร่วมกันแก้ไขให้แก่ท่านเพราะเราถือว่าท่านได้ให้เกียรติเรา แล้วท่านเป็นคนพิเศษเสมอ หนังนักสืบสอบสวน

คุณสมบัตินักสืบที่ดี

นักสืบต้องไม่ประมาท

นักสืบต้องไม่ประมาท

นักสืบที่ดีต้องรักษาความตื่นตัว อยู่ตลอดเวลา ไม่ประมาทในภารกิจที่ได้รับมอบหมาย
นักสืบต้องหมั่นเตือนตัวเองอยู่เสมอว่า ไม่มีงานชิ้นไหนง่าย
ถ้ามันง่ายเขาคงไม่มาจ้างเราแล้ว งานนักสืบ ไม่มีง่าย มีแต่ ยากมาก ยากน้อย
ยากปานกลาง เท่านั้น นักสืบทำหน้าที่สืบหาความลับ ในคน ในสัตว์ ในสิ่งของ
สืบหาเป้าหมายที่ต้องการปกปิดเป็นความลับ เป้าหมายต้องมีการป้องกัน
ไม่ให้ความลับรั่วไหล โดยเฉพาะเป้าหมายที่มีความฉลาดรอบคอบรัดกุม
ยิ่งทำให้งานของนักสืบ ยากขึ้นไปอีก อาจมีการวางกลลวง หลอกล่อให้นักสืบ หลงกล
ตกอยู่ในวังวนแห่งความสบสนงุนงง จับต้นชนปลายไม่ถูก กลับกลายจากสถานะของผู้ไล่ล่า
กลายมาเป็นผู้ถูกไล่ล่า เสียเอง แบบนี้คงเสียชื่อสถาบันนักสืบหมด
ดังนั้นนักสืบต้องไม่ประมาท เมื่อจะจับเป้าหมายใด ควรจับด้วยความระมัดระวัง
ทรนงองอาจ เต็มเปี่ยมไปด้วยพละกำลังและความมั่นใจ เหมือนพญาราชสีห์ จับหนู
หรือจับกวาง ก็ใช้ลีลาการจับไม่แตกต่างกัน

นักสืบ ต้องไม่อยากเด่นอยากดัง

นักสืบเป็นมนุษย์ที่แปลกประหลาดจำพวกหนึ่ง คือมักจะต้องเก็บเนื้อเก็บตัว
ไม่ให้ใครรู้ว่าตนเป็นนักสืบ เราจึงพบว่านักสืบ ไม่ค่อยเข้าสังคม
ไม่ค่อยสุงสิงกับชาวบ้านซักเท่าไหร่ นักสืบมักจะมีระยะห่างระหว่างบุคคล
บางทีอาจมองดูว่าเป็นคนไร้น้ำใจ
อันที่จริงนักสืบก็มีเลือดเนื้อชีวิตจิตใจเหมือนกับมนุษย์ทั่วไป
เพียงแต่มีความจำเป็นที่ต้องปกปิดฐานะของตนเอง เพื่อประโยชน์ต่อการทำหน้าที่นักสืบ
หากนักสืบใด ชอบทำตัวโอ้อวด ให้ชาวโลกรู้ว่า ข้าคือนักสืบ
คือยอดนักสืบอัจฉริยะไม่มีใครเสมอเหมือน ทำตัวเด่นดังราวกับดาราฮอลลีวู้ด หรือ
super star  แบบนี้มีหวัง สืบอะไรไม่ได้ซักอย่างเดียว เพราะว่าใครๆก็รู้จัก
พอเห็นนักสืบนี้เดินเข้ามา เป้าหมายก็คงเผ่นก่อนแล้ว  นักสืบมืออาชีพ
ต้องทำตัวติดดิน กลมกลืนเป็นธรรมชาติกับสภาพแวดล้อมและ ดูธรรมดาที่สุด
นักสืบต้องไม่ทำตัวให้สะดุดตาสะดุดใจเป้าหมาย จึงจะสามารถบรรลุผลของการสืบได้
นี่คือข้อแตกต่างของของนักสืบมืออาชีพ กับคนที่มีอาชีพนักสืบ

นักสืบต้องศึกษาเป้าหมายให้ชัดเจนก่อนลงมือปฏิบัติการ

แห่งคัมภีร์พิชัยสงคราม ซุนวู กล่าวอมตะวาจาไว้ว่า รู้เขารู้เรา
รบร้อยครั้งชนะร้อยครา ประโยคนี้ ยังคงเป็นจริงมานับพันๆปี
นักสืบจะเข้าไปสืบเรื่องใด ก็ไม่แตกต่างจากทหารที่กำลังเข้าสู่สมรภูมิรบ
เพียงแต่เปลี่ยนจากการรบกันด้วยหอกด้วยดาบ มารบกันด้วยไหวพริบสติปัญญา
เอาชนะกันแค่เสี้ยววินาที เพราะว่าบ่อยครั้ง นักสืบอาจต้องจับภาพเป้าหมาย
ในช่วงเวลาแค่เสี้ยววินาทีจริงๆ  ระหว่างนักสืบและเป้าหมาย ฝ่ายใดมีข้อมูลมากกว่า
ทำการบ้านมาดีกว่า ศึกษาคู่ต่อสู้มากกว่า ฝ่ายนั้นย่อมมีโอกาส
บรรลุผลแห่งเป้าหมายของตนเอง ดังนั้นก่อนที่นักสืบจะเข้าทำการ สืบเรื่องใด
ต้องศึกษา เรียนรู้ในตัวเป้าหมาย ให้ละเอียดรอบคอบ รู้ถึงสภาพแวดล้อม ทางหนีทีไล่
รู้จักการวางกลลวง ให้เป้าหมายเดินเข้ามาหาเรา ย่อมดีกว่าให้เรา
เป็นฝ่ายเดินเข้าหาเป้าหมาย หากนักสืบไม่ศึกษารายละเอียดของเป้าหมาย ให้ดีก่อน
ลงมือ ก็เท่ากับว่า พาตัวเองไปสู่ความเสี่ยง อาจพลาดพลั้งไม่บรรลุผลแห่งการสืบ
อาจบางทีต้องแลกมาด้วย เลือดและชีวิต

นักสืบต้องอาศัยประโยชน์จากเทคโนโลยีให้มาก

นักสืบต้องอาศัยประโยชน์จากเทคโนโลยีให้มาก

ปัจจุบัน เทคโนโลยีได้พัฒนาไปไกลเกินกว่าจะถอยหลังกลับ
อะไรที่ไม่คิดว่าจะเป็นไปได้ เทคโนโลยีสามารถ ทำได้ง่ายเหมือนร่ายมนต์
นักสืบควรติดตามเทคโนโลยีให้ทัน ควรหมั่นหาความรู้อยู่สม่ำเสมอ ยกตัวอย่างเช่น
การค้นหาข้อมูลของเป้าหมาย จากอินเตอร์เน็ตเป็นสิ่งที่นักสืบควรจะต้อง
ศึกษาเรียนรู้และ ทำได้อย่างคล่องแคล่ว เพื่อประหยัดเวลา เงินตรา อารมณ์
และสามารถบรรลุผลของการสืบได้อย่างถูกต้อง ได้ในเวลาอันรวดเร็ว
ซึ่งจะเป็นผลดีต่อตัวนักสืบโดยตรง นักสืบจะได้รับความเชื่อถือจากผู้ว่าจ้าง
และเป็นที่ยอมรับ ในแวดวง พวกนักสืบด้วยกัน ราวกับเป็นพ่อมดแห่งนักสืบทีเดียว

นักสืบต้องรายงานให้ผู้ว่าจ้างทราบเป็นระยะ

นักสืบเมื่อรับงานจากผู้ว่าจ้างแล้ว ควรจะมีการติดต่อกับผู้ว่าจ้างเป็นระยะ
ไม่ควรเงียบหายไปเฉยๆ เนื่องจากผู้ว่าจ้าง มีความต้องการทราบความคืบหน้าของการ สืบ
อยู่ตลอดเวลา นับว่าตลอดเวลาจริงๆ อยากรู้ว่า นักสืบทำงานไปถึงไหน
เป้าหมายที่ให้ไปสืบเป็นอย่างไร มีปฏิกิริยา  หรือมีความตื่นตัวอย่างไร
เป้าหมายไปทำอะไร ไปทำไม ที่สำคัญคือไปกับใคร สิ่งเหล่านี้เป็นข้อมูลพื้นฐาน
ที่ผู้ว่าจ้างต้องการทราบอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะการ สืบเรื่องชู้สาว
นี่นักสืบยิ่งต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ที่จะต้อง
คอยรายงานให้ผู้ว่าจ้างทราบอยู่บ่อยๆ รายงานได้ทุกวันยิ่งดี
ขอให้รายงานไปตามความเป็นจริง ถึงแม้คำรายงานของเราจะเป็นข้อมูลซ้ำๆเดิมก็ตาม
อย่างน้อยในด้านจิตวิทยาก็ทำให้ผู้ว่าจ้างรู้สึกสบายใจขึ้นและเห็นว่านักสืบ
กำลังทำงานให้เขาจริงๆ ดังนั้นไม่ต้องกังวลว่างานไม่คืบหน้าแล้วเราไม่รายงาน
การติดต่อกับผู้ว่าจ้างบ่อยๆจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับ นักสืบ ดังที่กล่าวมา

นักสืบต้องรักษาความลับของผู้ว่าจ้าง

เมื่อ มีการติดต่อว่าจ้าง ให้สืบเรื่องใดแล้ว
สิ่งหนึ่งที่นักสืบต้องยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดคือ
การรักษาความลับของผู้ว่าจ้าง  เมื่องานนั้นสิ้นสุดลง มีการส่งมอบงานกันแล้ว
แต่ความรับผิดชอบของนักสืบ กลับไม่ได้จบลงเพียงเท่านั้น
สิ่งที่นักสืบต้องทำต่อไปคือการรักษาความลับของผู้ว่าจ้าง โดยไม่นำมาเปิดเผยต่อ
บุคคลอื่น เพราะว่าเรื่องราวบางอย่างมีความสำคัญเกี่ยวเนื่องถึง
เกียรติยศชื่อเสียงของผู้ว่าจ้าง หากเรื่องราวถูกเผยแพร่ออกไปแล้ว
ย่อมไม่เป็นผลดีต่อผู้ว่าจ้าง และตัวนักสืบเอง ผู้ว่าจ้างอาจเสื่อมเสียชื่อเสียง
นักสืบเองก็จะขาดความน่าเชื่อถือ ดังนั้น การรักษาความลับให้กับผู้ว่าจ้าง
จึงเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบโดยตรงของนักสืบ เนื่องจากว่า
ผู้ที่มาว่าจ้างย่อมให้ความไว้วางใจในตัวนักสืบ อยู่บ้างไม่มากก็น้อย
การที่นักสืบนำเรื่องราวของผู้ว่าจ้างไปเปิดเผยแม้โดยเจตนาหรือไม่เจตนาก็ ตาม
ก็เหมือนกับนักสืบนั้นได้ทำการ ทุบหม้อข้าวของตนเอง
การรักษาความลับให้ผู้ว่าจ้างนี้ยังรวมถึง การติดต่อว่าจ้างตอนเริ่มต้น
ถึงแม้ว่าจะไม่มีการว่าจ้างเกิดขึ้นจริงๆก็ตาม
นักสืบจำเป็นต้องเก็บรักษาเรื่องราวเหล่านี้ไว้ ไม่นำไปเปิดเผย
และให้เป็นความลับติดตตัวนักสืบตลอดไป

 

good detective qualities In order to hire a detective, you should go to the office of that company or office, as the case may be. If you don’t have time to go see it, it’s better to choose a detective registered as a legal entity. We’ve been in this industry for a long time and don’t see where it opens up to deceive, but there are problems. Probably because the preliminary agreement between them before hiring was not clear.

difficulty of Each job is not equal. The detective department does not ask for detailed information before agreeing to hire. or the employer is concerned about the high wages and wants to be very cheap When the detective goes to work Then the cost is not enough, or in other words, like a contractor calculates the price of the work. Errors can cause problems. But for us there will be no problem because we will do. The agreement is easy to understand and if the job is accepted, the problem will be solved until the work is completed according to the agreement.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *