การหาลายนิ้วมือแฝงแบบง่าย

การหาลายนิ้วมือแฝงแบบง่าย ในสถานที่เกิดเหตุนักนิติวิทยาศาสตร์จะมีเครื่องมือเพื่อตรวจสอบหาลายนิ้วมือในสถานที่เกิดเหตุว่าใครเป็นคนมีส่วนอยู่ในสถานที่เกิดเหตุบ้าง ตอนนี้หลายคนที่เป็นแฟนการ์ตูนโคนัน จะต้องนึกถึงนักสืบตัวจิ๋วที่ใส่แว่นตาใหญ่ ๆ มีแว่นขยาย มีนาฬิกาคอยยิงยาสลบ เป็นแน่

การตรวจหาลายนิ้วมือในสถานที่เกิดเหตุจะใช้น้ำยาที่มีความเฉพาะและที่สำคัญต้องเรืองแสงได้ด้วย เราจะพบว่านักนิติวิทยาศาสตร์จะใช้ AgNO3 (ซิลเวอร์ไนเตรต) ซึ่งเป็นสารประกอบของเงิน และมีความสามารถในการเรืองแสงยูวี แล้วหลังจากนั้นก็จะใช้ผงถ่านปัดเบาๆ บริเวณที่เกิดรอยนิ้วมือ ปิดด้วยสก็อตเทปแล้วค่อย ๆ แกะลายนิ้วมือมาติดลงบนกระดาษเพื่อเป็นหลักฐานต่อไป ดูเป็นเรื่องง่าย ๆ แต่จริง ๆ แล้วไม่ง่าย ในบทความนี้เราจะมาลองศึกษาการเกิดลายนิ้วมือและมาลองหาลายนิ้วมือกันดูบ้างว่าทำอย่างไรอาชีพนักสืบ

ลายนิ้วมือเกิดจากอะไร

ลายนิ้วมือเกิดจากอะไร

ผิวหนังบริเวณฝ่ามือฝ่าเท้าของเราจะมีลักษณะพิเศษคือ นอกจากจะมีความหนามากกว่าส่วนอื่นแล้ว ก็ยังมีส่วนที่เป็นสัน (Ridge) และส่วนที่เป็นร่อง (Furrow) ซึ่งจะประกอบขึ้นเป็นลวดลายที่ไม่ซ้ำกันเลย ไม่ว่าจะเป็นลายที่บริเวณปลายนิ้ว ฝ่ามือและฝ่าเท้า สันและร่องเหล่านี้จะก่อให้เกิดความฝืด ทำให้เราหยิบจับของได้สะดวกขึ้นประวัติของลายนิ้วมือ

คนเรารู้จักใช้ลายนิ้วมือให้เป็นประโยชน์กันมานานแล้ว โดยชาวจีนและชาวอัสซีเรียนจะเป็นกลุ่มแรก ที่ใช้รอยพิมพ์ของลายนิ้วมือบนดินเหนียวแทนการเซ็นชื่อในการค้าขาย

รูปแบบของเส้นนูนที่อยู่บนลายนิ้วมือ เกิดขึ้นตั้งแต่ตอนเป็นทารกอยู่ในครรภ์ของมารดา และจะเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ในเดือนที่ 7 ซึ่งการที่เรามีลายนิ้วมือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวนั้นส่วนหนึ่งมาจากยีนที่มีอิทธิพลต่อรูปแบบของเส้นนูนบนนิ้วมือ ฝ่ามือ นิ้วเท้า และฝ่าเท้า แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะฝาแฝดที่มีดีเอ็นเอเหมือนกันก็ยังมีรูปแบบเส้นนูนที่แตกต่างกันด้วย เนื่องจากมีปัจจัยอื่นที่มีอิทธิพลต่อรูปแบบของลายนิ้วมือด้วย เช่น ตำแหน่งของตัวอ่อนในครรภ์ การไหลเวียนของน้ำคร่ำ หรือแม้แต่ความยาวของสายสะดือ ทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยที่ทำให้ลักษณะของลายนิ้วมือในแต่ละคนมีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกันไป โอกาสที่เราจะมีลายนิ้วมือเหมือนกับใครอีกคนนั้นมีเพียง 1 ใน 64 พันล้านเท่านั้น

รูปแบบเหล่านี้เกิดขึ้นบริเวณชั้นผิวหนังที่เรียกว่า Basal Layer ซึ่งมีเซลล์เรียงตัวเป็นแถวเดียว อยู่ระหว่างชั้นล่างสุดของชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) กับชั้นบนสุดของชั้นหนังแท้ (Dermis) ที่ Basal Layer นี้ มี Basal Cells ซึ่งจะแบ่งตัวเพื่อสร้างเซลล์ผิวหนังขึ้นใหม่ทดแทนเซลล์ผิวหนังเก่าที่ตายและดันให้มันหลุดลอกออกไป แต่สำหรับในตัวอ่อนหรือทารกในครรภ์นั้น Basal Layer จะเติบโตได้เร็วกว่าชั้นล่างสุดของชั้นหนังกำพร้าและชั้นหนังแท้ที่ขนาบอยู่ จึงทำให้เกิดการพับไปมาของ Basal Layer กลายเป็นรูปแบบที่หลากหลายของลายนิ้วมือนั่นเอง เมื่อรูปแบบของลายนิ้วมือเกิดใน Basal Layer ความเสียหายที่ผิวหนังชั้นตื้นที่เกิดจากการขูดขีดเพียงเล็กน้อยหรือแม้แต่การถูกไฟไหม้ จึงไม่สามารถทำให้รูปแบบของลายนิ้วมือเปลี่ยนแปลงไปได้ ผิวหนังที่สร้างขึ้นใหม่จะมีรูปแบบเดิม เว้นเสียแต่ว่าความเสียหายจะเกิดขึ้นในชั้นที่ลึกลงไป

ลายนิ้วมือถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการระบุตัวอาชญากรครั้งแรก ในแคว้นเบงกอล ประเทศอินเดีย โดยตำรวจชาวอังกฤษชื่อ Sir Edward Richard Henry ในปี พ.ศ. 2445 สหรัฐอเมริกา เริ่มใช้ลายนิ้วมือในการจำแนกตัวบุคคล และในปีต่อมาเรือนจำแห่งรัฐนิวยอร์ก ก็เริ่มการพิสูจน์ยืนยันตัวผู้ต้องขังโดยใช้ลายนิ้วมือ

การหาลายนิ้วมือแฝงแบบง่าย ๆ private investigator bangkok

คราวนี้ถึงบทบาทของการเป็นนักสืบจำเป็นด้วยการลองหาลายนิ้วมือแบบง่าย ๆ จากกระดาษ ซึ่งเราจะพบลายนิ้วมือแฝงบนกระดาษเยอะมาก เช่น ใบเสร็จรับเงินร้านสะดวกซื้อ สลิปจากการกด ATM หรือแม้แต่ธนบัตรซึ่งมีลายนิ้วมือมากมายจนแทบแยกไม่ออกว่าเป็นลายนิ้วมือใคร

เริ่มต้นเราเอากระดาษที่เราคาดว่ามีลายนิ้วมือ ใช้ปากคีบคีบกระดาษไว้ อย่าให้ลายนิ้วมือของเราไปปนกับลายนิ้วมือแฝงที่อยู่บนกระดาษนั้น

ต้มน้ำยาบ้วนปาก แต่เราจะไม่ต้มโดยตรงเพราะน้ายาบ้วนปากระเหยได้ง่าย เราจึงต้องใช้การต้มผ่านน้ำร้อนให้ระเหยเป็นไอ

แต่หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมต้องใช้น้ำยาบ้วนปาก เพราะส่วนประกอบสำคัญของน้ำยาบ้วนปากจะมี ZnNO3 ซึ่งเป็นไนเตรทไอออนเช่นเดียวกับ AgNO3 ซึ่งเป็นสารสำหรับใช้ในการหาลายนิ้วมือแฝง และที่สำคัญหาได้ง่ายกว่า ราคาก็ถูกกว่าด้วย เมื่อมีไอของน้ำยาบ้วนปากเกิดขึ้น ให้เราใช้ปากคีบ คีบกระดาษที่มีรอยนิ้วมือแฝงไปอังไอของน้ำยาบ้วนปากที่ระเหยขึ้นมา สักครู่ลายนิ้วมือแฝงที่อยู่ในกระดาษก็จะปรากฏให้เห็น แต่ถ้าไม่ชัดให้ใช้แปรงขนกระต่าย หรือใช้แปรงบรัชออนปัดด้วยผงถ่านสีดำ แต่ถ้าไม่มีก็ใช้ผงบรัชออนนั่นแหละปัดเบาๆ ลายนิ้วมือก็จะชัดเจนขึ้นเอง

ลายนิ้วมือ คืออะไร

ลายนิ้วมือ คืออะไร การหาลายนิ้วมือแฝงแบบง่าย

หลังจากการที่ไข่ผสมกันสเปิร์มได้ 10 – 11 สัปดาห์ ลายนิ้วมือจะเริ่มสร้างขึ้นและจะคงอยู่ตลอดไปไม่เปลี่ยนแปลง แม้ว่าเราจะอายุเพิ่ม หรือได้รับบาดแผลก็ตาม กระบวนการสร้างลายนิ้วมือถูกกำหนดโดยยีนบนโครโมโซม 7 ตำแหน่ง การถ่ายทอดทางพันธุกรรมเป็นเพียงแค่ปัจจัยหนึ่ง แต่ยังมีอิทธิพลของสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อตัวอ่อนในครรภ์ นั่นทำให้เรามีลายนิ้วมือที่ไม่เหมือนใคร

ลายนิ้วมือคงรูปลักษณ์เดิมนับตั้งแต่วันแรก และจะเปื่อยสลายไปก็ต่อเมื่อสิ้นชีวัน รอยนิ้วมือที่มีเส้นหยาบ รอยใหญ่ บ่งชี้ว่าน่าจะเป็นของผู้ชาย ในขณะที่คนผอมมักปรากฏรอยนิ้วมือเรียวยาว ส่วนคนอ้วนรอยนิ้วมือจะมีลักษณะที่กว้างกว่า เมื่อมองลงให้ลึกกว่าเดิม จุดเล็กๆ บนรอยนิ้วมืออาจพอบอกได้ว่าคนๆ นี้เป็นช่างเย็บผ้าที่มักถูกเข็มตำเป็นประจำ รอยจีบแน่นๆ ตามทางยาวของนิ้วที่เกิดจากการอยู่กับน้ำเป็นเวลานานอาจกำลังเล่าว่าเขาหรือเธอซักผ้าล้างจานเป็นอาชีพ ส่วนมือกีตาร์ก็มักจะมีรอยด้านที่เห็นได้ชัดเจน ฉะนั้นในการพิจารณารอยนิ้วมือเล็กๆ นี้ เปรียบได้กับการพลิกหน้าอ่านประวัติเจ้าของ

รอยนิ้วมือที่พบในที่เกิดเหตุ

เมื่อใครสักคนทำความผิด คราบเหงื่อและคราบไขมันที่ถูกขับออกมาจากรูเหงื่อบริเวณปลายนิ้วมือจะปรากฏอยู่บนทุกจุดที่สัมผัส ฉะนั้นการเก็บลายนิ้วมือในสถานที่เกิดเหตุจึงเป็นหลักฐานสำคัญในการระบุตัวผู้ก่อเหตุได้ แม้ว่ารอยนิ้วมือนั้นๆ จะสามารถมองเห็นหรือไม่สามารถมองเห็นได้ก็ตามเรียก “ลายนิ้วมือแฝง”

ปกติแล้วรอยนิ้วมือจะปรากฏได้ง่ายบนวัตถุผิวเรียบมัน เช่น กระจก หรือเฟอร์นิเจอร์บางชิ้นในที่เกิดเหตุ แต่การเก็บรอยนิ้วมือที่มองเห็นได้อย่างเดียวไม่เพียงพอ เจ้าหน้าที่จะเก็บลายนิ้วมือแฝงด้วย เพื่อข้อมูลในการสืบสวนเพิ่มเติม แม้ว่าในการเก็บแต่ละครั้งนั้นจะพบรอยนิ้วมือของผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดีติดมาด้วยมากกว่าครึ่งก็ตาม แต่ในหลายกรณีที่ผ่านมารอยนิ้วมือแฝงเหล่านี้คือหลักฐานสำคัญที่โยงไปสู่คนร้ายตัวจริง และด้วยความที่รอยนิ้วมือแฝงไม่อาจมองเห็นได้ทั้งหมด หรือไม่สามารถมองเห็นได้เลย จึงต้องมีเทคนิคเฉพาะในการเก็บรอยนิ้วมือ

วิธีที่ 1 ใช้ฝุ่นผงเคมี

หลักการคือนำอนุภาคของฝุ่นให้ไปติดกับคราบเหงื่อจากรอยนิ้วมือ ดังนั้นฝุ่นที่เลือกใช้จำเป็นต้องมีสีที่ตัดกับพื้นผิวของวัตถุ เพื่อการมองเห็นที่ชัดเจน หรือในบางครั้งเจ้าหน้าที่อาจเลือกสีฟลูออเรสเซนท์ที่มีคุณสมบัติเรืองแสง เมื่อฉายแสงอุลตร้าไวโอเลตลงไปก็จะปรากฏรอยนิ้วมือขึ้นมาเช่นกัน

วิธีการเริ่มต้นด้วยการเทสีฝุ่นลงบนกระดาษในปริมาณพอใช้ เพราะหากเหลือแล้วห้ามนำกลับใส่ขวดเนื่องจากจะทำให้สีทั้งขวดเสียคุณภาพไปด้วย ใช้แปรงสะอาดจุ่มสีฝุ่นบรรจงปัดไปที่วัตถุต้องสงสัยเบาๆ หากลงน้ำหนักแรงแปรงจะปัดเอารอยนิ้วมือออกไปด้วย เมื่อปรากฏรอยนิ้วมือแล้วให้นำสก๊อตเทปใสติดกับพื้นผิวให้เรียบ พึงระวังอย่าให้มีฟองอากาศ เพื่อคัดลอกรอยนิ้วมือออกมา จากนั้นแปะสก๊อตเทปลงบนกระดาษผิวเรียบมันก็จะได้รอยนิ้วมือบนวัตถุพยานที่ต้องการ

วิธีที่ 2 ใช้สารไอระเหย

เมื่อสารไอโอดีนระเหยจากของแข็งเป็นแก๊ซที่อุณหภูมิ 26 – 32 องศาเซลเซียส ไอดังกล่าวจะไปจับกับไขมันของเหงื่อ และปรากฏเป็นลายเส้นขึ้นมาในที่สุด วิธีนี้มักใช้กับการหารอยนิ้วมือแฝงบนกระดาษ เนื่องจากวิธีการหาด้วยฝุ่นผงนั้นจะได้รอยนิ้วมือที่ไม่ชัดเจน เพราะเนื้อเยื่อของกระดาษดูดซึมเหงื่อได้ดีกว่าวัตถุผิวเรียบมันทำให้รอยนิ้วมือแห้งไว

วิธีการคือนำวัตถุพยานดังกล่าวใส่เข้าไปในตู้ไอโอดีนที่เรียกว่า “iodine fuming cabinet” ลักษณะเป็นตู้กระจกใส ด้านล่างมีภาชนะใส่ไอโอดีน ด้านบนมีที่แขวนหรือจับวัตถุพยาน หลอดไฟฟ้าในตู้จะให้ความร้อนพอที่ไอโดอีนจะเกิดการระเหย ไอที่ลอยขึ้นจะทำให้รอยนิ้วมือแฝงชัดขึ้นมา อย่างไรก็ตามวิธีนี้รอยนิ้วมือจะปรากฏเพียงชั่วคราวแล้วหายไป เจ้าหน้าที่จึงต้องถ่ายรูปเก็บบันทึก และหากเป็นงานภาคสนาม เจ้าหน้าที่จะใช้กระบอกฉีดที่เรียกว่า “iodine fuming gun” ใช้งานง่ายเพียงจ่อปลายกระบอกไว้ที่วัตถุ และเป่าลมร้อนจากปากเข้าไปยังปากกระบอก เหมาะสำหรับพื้นผิวหรือวัตถุพยานชิ้นเล็กๆ

วิธีที่ 3 ใช้น้ำยาเคมี

มีสารเคมีหลายชนิดที่ก่อปฏิกิริยาเคมีจนปรากฏเป็นรอยนิ้วมือแฝงขึ้นบนวัตถุ แต่ที่นิยมใช้มีอยู่สองชนิดคือ น้ำยาเกลือเงินไนเตรท (silver nitrate solution) และน้ำยานินไฮดริน (ninhydrin) เหมาะสำหรับการหาลายนิ้วมือจากแผ่นกระดาษหรือบนผ้า หรือวัตถุที่มีความเหนียว เช่นบนเทปกาวห่อยาเสพติด โดยสำหรับน้ำยาเกลือเงินไนเตรทให้ละลายน้ำที่ความเข้มข้น 3% แล้วจุ่มแปรงทาลงไปบนพื้นผิวของวัตถุพยาน สารเคมีดังกล่าวจะทำปฏิกิริยากับเกลือแกงในเหงื่อเกิดเป็นซิลเวอร์คลอไรด์ จากนั้นนำไฟสปอร์ตไลท์ส่องซิลเวอร์คลอไรด์จะปรากฏเป็นเส้นสีดำ

ส่วนน้ำยานินไฮดริน ให้ละลายน้ำยาในสารละลายอาซิโตน ผสมกรดน้ำส้มลงไปเล็กน้อย จากนั้นใช้สเปรย์ฉีดลงบนวัตถุต้องสงสัยแล้วใช้เตารีดความร้อนปานกลางรีดทีบ น้ำยานินไฮดรินจะทำปฏิกิริยากับโปรตีนในเหงื่อเกิดเป็นสีม่วงปนน้ำเงิน

วิธีที่ 4 ใช้เทคโนโลยี

ปัจจุบันมีการใช้แสงโพลีไลท์ ซึ่งเป็นเครื่องที่สามารถให้แสงได้หลายสี ภายในเครื่องมีฟิลเตอร์ที่จะตัดแสงสีต่างๆ ออกมาตามความต้องการใช้งาน นอกจากนั้นยังมีกล้องส่องหาลายนิ้วมือที่เรียกว่า RUVIS (Reflected Ultra-Violet Imaging System) ใช้หลักการสะท้อนแสงยูวีแทนที่จะเป็นการเรืองแสง เหมาะสำหรับวัตถุที่ไม่ดูดซับสารเคมีใดๆ

ในปี 2008 นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเลสเตอร์ค้นพบว่า รอยนิ้วมือที่ประทับบนพื้นผิวทำหน้าที่เสมือนฉนวนกันไฟฟ้าป้องกันไม่ให้กระแสไฟฟ้าวิ่งผ่าน แม้รอยที่ปรากฏนั้นจะมีความบางในระดับนาโนเมตรเท่านั้น ดังนั้นพวกเขาจึงพัฒนาฟิล์มบางๆ ที่ช่วยแสดงภาพของพื้นที่ที่กระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านไม่ได้ ด้วยวิธีนี้ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถเก็บข้อมูลรอยนิ้วมือที่หลงเหลืออยู่บนพื้นผิวโลหะได้ แม้ว่าวัตถุพยานจะถูกเช็ดถูและล้างด้วยน้ำสบู่แล้วก็ตาม

เมื่อเจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลของลายนิ้วมือแล้วก็จะเข้าสู่กระบวนการตรวจวิเคราะห์และพิสูจน์อย่างละเอียดด้วยผู้เชี่ยวชาญ และเปรียบเทียบกับรอยนิ้วมือในคลังประวัติอาชญากร ดูเผินๆ ลายนิ้วมือเหล่านี้อาจคล้ายคลึงกันไปหมด แต่เจ้าหน้าที่ผู้ชำนาญการจะมองเห็นจุดที่เป็นคุณลักษณะเด่นๆ ของลายนิ้วมือนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นเส้นสั้นๆ เส้นแตก หรือเส้นที่ขาดห้วนลงทันที

กระบวนการวิเคราะห์รอยนิ้วมือผู้เชี่ยวชาญจะมองหาจุดคุณลักษณะที่มีร่วมกัน หากตรงกันทุกจุดจึงจะถือว่าเป็นลายนิ้วมือของบุคคลเดียวกัน ปัจจุบันเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มีส่วนช่วยกรองข้อมูลได้มาก ในปี 2011 หน่วยงานเอฟบีไอเปิดตัวระบบวิเคราะห์ลายนิ้วมือ AFIT ที่เพิ่มประสิทธิภาพความแม่นยำในการจับคู่ลายนิ้วมือจาก 92% ไปเป็น 99.6% ทุกวันนี้เอฟบีไอมีข้อมูลลายนิ้วมือถึงร้อยล้านรูปแบบ ด้านอาชญากรเองก็พยายามหาวิธีใหม่ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการจับกุม พวกเขาศัลยกรรมผ่าตัดเอาลายนิ้วเท้าหรือปรับแต่งลายนิ้วมือให้แตกต่างออกไปจากฐานข้อมูลเดิม ในทางกลับกันการกระทำเหล่านี้กระตุ้นให้เทคโนโลยีใหม่ๆ ถูกพัฒนาขึ้นรับมือ ปัจจุบันซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์สามารถวิเคราะห์ได้ว่าลายนิ้วมือดังกล่าวผ่านการปรับแต่งมาหรือไม่ ด้วยการพิจารณาลายเส้นที่ขาดหาย หรือต่อกันแบบไม่ปกติ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *